บทความ

  • เงินเฟ้อคืออะไร ? ทำไมเงิน 1,000 บาทซื้อของได้น้อยลงทุกปี ?

    ผมอยากให้ลองนึกถึงธนบัตรแบงค์ 1,000 บาท ที่เราเคยถือเมื่อสิบกว่าปีก่อน กับธนบัตร 1,000 บาทที่อยู่ในกระเป๋าของเราในวันนี้ดู หน้าตามันอาจเหมือนเดิม ดูเหมือนกันเด๊ะ ๆ หรืออาจจะแค่ต่างกันตรงที่รูปภาพบนธนบัตรนั้นเปลี่ยนไป แต่ตัวเลขบนธนบัตรก็ก็ยังเขียนว่า 1,000 บาท !!! ไม่ได้มีใครมาแอบลบเลขศูนย์ออก แต่ถ้าหากว่าคุณลองพามันเดินเข้า Supermarket ดูสิ ลองเอามันไปเติมน้ำมันดูสิ ลองเอามันไปกินข้าวดูสิ ลองเอามันไปซื้อกาแฟดูสิ ลองเอามันไปจ่ายค่าเช่าดูสิ หรือเอาไปซื้อของที่เราเคยซื้อเมื่อสิบปีก่อนดูสิ เราจะเริ่มรู้สึกว่า เอ๊ะ… ทำไมแบงค์พันใบเดิมของกูแม่งดูเล็กลง ? ถ้าถามว่า เงินเฟ้อคืออะไร คำตอบแบบง่ายที่สุดคือ ระดับราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้กำลังซื้อของเงินหนึ่งหน่วยลดลง แต่ประโยคนี้มันเป็นภาษาในตำราราชบัณฑิตยสถานเกินไปหน่อย ผมชอบคิดอีกแบบนึง คืองี้ เงินเฟ้อไม่ได้ทำให้เลข 1,000 บนธนบัตรของเราหายไป แต่มันทำให้ 1,000 บาทแลกของกลับมาได้น้อยลง แล้วตรงนี้แหละที่เรื่องราวก็เริ่มสนุกขึ้นมาอีกนิดและ (สนุกมึงคนเดียวสิ) เพราะไอ่คำว่า “เงินเฟ้อ” ที่เราพูดกันทุกวัน จริง ๆ แล้วมีหลายเรื่องถูกยัดรวมอยู่ในคำเดียว และเรื่องนี้เป็นหนึ่งในเหตุผลที่เราเพิ่งคุยกันว่า ทำไมพวกเราถึงรวยยากขึ้นทุกปี 1. เงินเฟ้อคืออะไร แล้ว…

  • ทำไมคุณถึงรวยยากขึ้นทุกปี ?

    นี่เป็นคำถามและเป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของประชาชนไทยในห้วงเวลานี้เลยก็ว่าได้กับคำถามที่ว่า “ทำไมรวยยาก ?” ความรู้สึกมันเหมือนกับว่าเราเหมือนจะอยู่รอดได้ไปวัน ๆ อ่ะนะ แต่มันก็ไม่รวยซักที ไม่สามารถซื้อข้าวของที่อยากได้ได้ตามใจปราถนา มันเป็นเพราะอะไรกัน ? ถ้าหากให้ผมย้อนเวลากลับไปตอนเริ่มทำงานใหม่ ๆ ในตอนที่ผมอายุ 22 ปี แน่นอนว่าเด็กจบใหม่นั้นเงินเดือนก็ยังไม่เยอะ นี่ขนาดผมเริ่มงาน Engineer นะ ยังมีเงินเดือนเริ่มต้นเพียง 17,500 บาท เอง แล้วค่าหอพักก็ปาไปแล้ว 6,800 บาทต่อเดือน ประสบการณ์ก็แทบไม่มี มีเพียงความสดใสของวัยรุ่นที่พร้อมจะลุยไปกับทุกอย่างแถมมีคำพูของโค้ชหนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธุ์ ฝังหัวไว้ว่า “เริ่มวางแผนเกษียณตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำงาน” ซึ่งตอนนั้นผมยังไม่เข้าใจอะไรมากมายนักเกี่ยวกับเรื่องการเงินการธนาคาร ในตอนนั้นผมคิดง่าย ๆ แค่ว่า ทำงาน → เก็บเงิน → เงินเดือนขึ้น → มีเงินเยอะขึ้น → รวยขึ้น มันก็ฟังดูสมเหตุสมผลดี ฟังดูแล้วเหมือนมันง่ายดายเอามาก เพราะว่าแม่ผมก็อวยพรกับผมก่อนที่จะออกมาทำงานใน กทม. ว่า “ขอให้ทำมาหาเก็บนะลูก ไม่ใช่ทำมาหากิน” ซึ่งผมก็โอเค แต่เมื่อเวลาผ่านไป เงินเดือนของผมก็เพิ่มขึ้นดั่งใจหมาย…

  • Bitcoin เปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน เงิน และรัฐได้หรือไม่ ?

    สมมุติว่าวันนี้ผมมีเงินอยู่ 1,000 บาท จากนั้นผมก็เปิดกระเป๋าดู โอเค ผมเจอแบงค์ 1,000 บาท ของผมยังอยู่ครบ ไม่มีใครขโมยไปจากกระเป๋าของผมได้ ไม่มี Hacker มาฉกเอาไป ไม่มี Scam มาหลอกลงทุน และไม่มีใครเอาเงินออกจากบัญชีผมได้แม้แต่บาทเดียว แต่ก่อนจะไปไกลกว่านี้ ผมอยากชวนคิดเรื่องหนึ่งก่อน ว่า… Bitcoin เงิน และรัฐ สามคำนี้ดูเหมือนเป็นคนละเรื่องกัน แต่พอผมเขียนเรื่องราวของ Bitcoin มาเรื่อย ๆ ผมกลับพบว่ามันหนีกันไม่พ้นเลย ปัญหาของเรื่องนี้มันอยู่ตรงที่ว่า เมื่อเวลาผ่านไปสิบปี ธนบัตรใบนั้นก็ยังเขียนว่า 1,000 บาท เหมือนเดิม แต่ของที่เคยซื้อได้ด้วยเงิน 1,000 บาทนั้น… อาจจะซื้อของได้น้อยลง เอ่อ…มันแปลกดีนะ ไม่มีใครเอาเงินของผมไป แต่ผมรู้ตัวว่ามีบางอย่างที่หายไป และสิ่งที่หายไปไม่ใช่ตัวเลข แต่มันคือ กำลังซื้อ หรือ อำนาจซื้อ ที่หดหายไป แล้วใครเป็นคนกำหนดว่าหน่วยเงินที่ผมใช้อยู่ควรถูกสร้างเพิ่มได้เท่าไร ? ใครเป็นคนกำหนดว่าอำนาจซื้อของธนบัตรของผมนั้นมันควรหายไปเท่าไร ? อะไรที่มีผลต่ออำนาจซื้อของธนบัตรใบ 1,000 ของผมบ้าง…

  • ภาษีคริปโต 2569: Bitcoin เสียภาษีหรือไม่ ?

    หากจะพูดถึงเรื่องของ ภาษีคริปโต 2569 แล้วล่ะก็ มันจะมีอยู่เรื่องนึงที่ผมคิดว่าน่าจะตอบง่ายมาก นั่นก็คือ สมมุติว่าผมซื้อ Bitcoin มา 1,000,000 บาท วันนี้มันมีมูลค่า 1,500,000 บาท แต่ผมยังไม่ได้ขาย ผมแค่เปิด Wallet ขึ้นมาแล้วเห็นตัวเลขเขียว ๆ คำถามคือ 500,000 บาทที่เพิ่มขึ้นมา ต้องเสียภาษีหรือยัง? แล้วถ้าผมขายมันออกไปล่ะ ? แล้วถ้าผมขายผ่าน Exchange ไทยล่ะ ? แล้วถ้าผมไม่ได้ขายเป็นเงินบาทล่ะ แต่ดันเอาไป Swap แทนล่ะ ? จาก BTC → USDT แล้วถ้าผมถอน Bitcoin ออกจาก Exchange ไปเก็บใน Hardware Wallet ล่ะ ? แล้วสิ่งที่เจ๋งเป้งไปกว่านั้นก็คือ เมื่อเช้านี้ผมนั่งไถ Feed บนหน้า Facebook แล้วเจอข่าวที่ว่า อ้าวเห้ยยยยยยยย… งั้นจบแล้วดิ…

  • ภาษี Bitcoin ในประเทศไทย: เจ้าของ Bitcoin ต้องรู้อะไร ?

    ผมคิดว่านี่เป็นบทความเดียวของผมที่คุณไม่ควรเข้ามาอ่านมากที่สุดแล้ว เพราะว่าผมไม่ชอบบทความนี้เอาเสียเลย แต่ผมจะเขียนทิ้งไว้เพื่อให้ SEO มันได้ Run ในรูปแบบของ Cluster ก็เท่านั้นเอง ซึ่งเอาเข้าจริง ๆ แล้วคุณไม่จำเป็นต้องอ่านมันก็ได้ อ่ะ…ว่าวแล้วก่าปายยยยยย ภาษี Bitcoin เป็นเรื่องที่ตอนแรกผมคิดว่าน่าจะตอบคำถามได้อย่างง่ายดาย เพราะว่าในหัวของผมนั้นมีแค่ ซื้อ Bitcoin มาจากนั้นเราเอาไปขายแล้วได้กำไร ก็คงเสียภาษี… ใช่มะ ? แต่เดี๋ยวก่อนนะ… สมมุติว่าผมซื้อ Bitcoin จำนวน 1 BTC มาตอนราคา 1,000,000 บาท แล้วอีกสองปีต่อมา Bitcoin ราคาพุ่งขึ้นเป็น 3,000,000 บาท แต่ผมยังไม่ได้ขายออกไป ผมแค่เปิด Wallet แล้วนั่งอมยิ้มอยู่คนเดียวอย่างนั้น คำถามก็คือ… ผมมีรายได้ 2 ล้านบาทแล้วหรือยัง ? แล้วถ้าผมขาย BTC เป็นเงินบาทล่ะ ? แล้วถ้าผมไม่ได้ขาย BTC เป็นบาทล่ะ ? แต่ผมเอา…

  • Bitcoin ป้องกันเงินเฟ้อได้จริงหรือ? Fixed Supply แปลว่ากำลังซื้อจะไม่ลดลงจริงหรือเปล่า ?

    Bitcoin เงินเฟ้อ และคำว่า Inflation Hedge มักถูกพูดถึงโดยพร้อมเพรียงกัน โดยเฉพาะเวลาที่ราคาสินค้าเริ่มแพงขึ้นและกำลังซื้อของเงินสดเริ่มหดลง เหตุผลง่าย ๆ ที่เราได้ยินกันบ่อย ๆ ก็คือ “Bitcoin มีแค่ 21 ล้านเหรียญ เพราะฉะนั้นมันป้องกันเงินเฟ้อได้” ก็…ฟังดูก็สมเหตุสมผลดี แต่เดี๋ยวก่อนนะ… ปีที่แล้วก๋วยเตี๋ยวชามละ 50 บาท ปีนี้ก๋วยเตี๋ยวกลายเป็นชามละ 60 บาท ผมก็เลยบ่นว่า “แม่งเงินเฟ้อ 20% เลยนะเว้ย” เพื่อนผมที่ถือ Bitcoin ก็เลยหันมาบอกว่า “ซื้อ Bitcoin สิ มีจำกัดแค่ 21 ล้านเหรียญนะ ป้องกันเงินเฟ้อได้แน่นอน” โอเค๊…เยี่ยม สมมุติผมเชื่อมัน ผมเอาเงินค่าก๋วยเตี๋ยวทั้งหมดไปซื้อ Bitcoin แล้วเดือนหน้าราคา Bitcoin ล่วงลงมา 30% ตอนนี้ก๋วยเตี๋ยวยัง 60 บาท ทีนี้ชิบหายละ…ปรากฏว่าเงินผมซื้อก๋วยเตี๋ยวได้น้อยกว่าเดิมอีก เอ๊ะ….เดี๋ยวนะ ถ้า Bitcoin ป้องกันเงินเฟ้อได้……

  • Bitcoin คือ Hard Money หรือไม่? ทำไมเงินดิจิทัลถึงมี Limit ได้

    ประโยคที่ว่า Bitcoin Hard Money เป็นคำที่เราได้ยินกันบ่อยมาก โดยเฉพาะเวลาเอา Bitcoin ไปเปรียบเทียบกับทองคำ และเหตุผลที่ได้ยินบ่อยที่สุดก็คือ “Bitcoin มีจำกัดแค่ 21 ล้านเหรียญเท่านั้น” ซึ่งฟังดูแล้วก็สมเหตุสมผลดี แต่เดี๋ยวก่อน… สมมุติว่าผมมีหินอยู่ก้อนหนึ่ง หินก้อนนี้พิเศษมาก ซึ่งมันมีอยู่ ก้อนเดียว บนโลกใบนี้ ไม่มีใครสร้างเพิ่มได้ ไม่มีโรงงานไหนผลิตได้ ไม่มีเหมืองที่จะสามารถไหนขุดเจอได้อีก Scarce ชิบหายเลย Scarce แบบเหี้ย ๆ ผมเลยตั้งราคามันไว้ที่ก้อนละ… 10 ล้านบาท !!! มีใครซื้อไหม ? … ไม่มี 😂 อ่ะ…ทีนี้แหละมีปัญหาแล้ว เพราะเวลาเราพูดถึง Bitcoin เรามักได้ยินเหตุผลง่าย ๆ ว่า Bitcoin มีจำกัดแค่ 21 ล้านเหรียญเท่านั้น เพราะฉะนั้น Bitcoin จึงมีค่า แต่ทว่า… ของมีน้อย = ของมีค่า ฉะนั้นแล้วก้อนหินโง่…

  • Austrian Business Cycle Theory อธิบายวิกฤตเศรษฐกิจอย่างไร?

    ในบทความที่แล้วเรื่อง Ludwig von Mises เราเคยคุยกันไปแล้วว่า “ราคา” ไม่ได้มีไว้แค่บอกว่า “ของชิ้นนี้กี่บาท” แต่… คำว่า “ราคา” นั้นยังเป็นข้อมูลที่สำคัญมาก ๆ ซึ่งมันช่วยให้เจ้าของร้านตัดสินใจได้ว่าจะสั่งของเพิ่มไหม ?ช่วยให้โรงงานตัดสินใจว่าจะซื้อเครื่องจักรหรือเปล่า ? และช่วยให้ Entrepreneur เปรียบเทียบว่า Project ไหนควรทำ Project ไหนควรโยนทิ้งไป แต่มันจะมีราคาตัวหนึ่งที่แปลกประหลาดกว่าชาวบ้านหน่อยเพราะมันไม่ได้เชื่อมแค่คนซื้อกับคนขาย แต่สิ่งที่เรากำลังจะพูดถึงนี้มันกำลังเชื่อม วันนี้ เข้ากับ อนาคต ซึ่งสิ่งนั้นก็คือ ดอกเบี้ย สมมุติว่าผมกำลังคิดจะสร้างโรงงานใหม่ ผมเปิด Excel ขึ้นมา จากนั้นใส่ค่าเช่าที่ดิน ค่าเครื่องจักร ค่าแรง ราคาขาย จำนวนเงินที่ต้องกู้ แล้วนั่งคำนวณอยู่ครึ่งวัน ผลออกมาว่า… ไม่คุ้มว่ะ ต้นทุนของ “เงินลงทุน” มันสูงเกินไป ผมก็เลยตัดสินใจปิด Excel แล้วไปกินกาแฟที่ร้าน Latte Man ซะ แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่กี่เดือน ผลปรากฏว่าดอกเบี้ยลดลง!!! ผมเลยเอา Project…

  • Ludwig von Mises คือใคร? ทำไม “Human Action” ถึงเป็นจุดเริ่มต้นของเศรษฐศาสตร์

    สมมุติว่าผมนั่งอยู่บนโซฟาหนาๆนุ่มๆอย่างสบายใจเฉิบ ซึ่งในตอนแรกๆนั้นผมก็นั่งเล่นมือถืออยู่เฉย ๆ ผ่านไปสักพัก หิว!!! แต่ผมก็ยังไม่ลุกไปไหน ความหิวของผมนั้นก็ยังเป็นแค่ความรู้สึก จนผมเริ่มคิดอะไรบางอย่างในหัวของตัวเองว่า เออ…ไปหาอะไรกินดีกว่า จากนั้นผมก็ลุกขึ้น แล้วผมก็หยิบกุญแจรถมอไซด์ แล้วผมก็ขับออกไปซื้อข้าว ฟังดูเหมือนไม่มีเหี้ยอะไรเลย แต่ๆๆ แต่ถ้ามองแบบ Ludwig von Mises แล้วล่ะก็ มันจะเป็นแบบ ตั้งแต่วินาทีที่ผมรู้สึกว่า สภาพความรู้สึกตอนนี้ยังไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ แล้วผมเลือกทำอะไรบางอย่างเพื่อเปลี่ยนมัน นี่หล่ะครับ…เรื่องราวทางเศรษฐศาสตร์ก็เริ่มขึ้นแล้ว คุณสังเกตเห็นมั้ยว่ามันไม่ต้องมี GDP เลย แถมไม่ต้องมีธนาคารกลางด้วย และก็ไม่ต้องมีกราฟ Supply-Demand อีกต่างหาก ที่สำคัญคือไม่ต้องมีตลาดหุ้น มีแค่… มนุษย์คนหนึ่งที่กำลังเลือก… 1. Ludwig von Mises คือใคร? Ludwig von Mises เกิดในปี 1881 และเป็นหนึ่งในนักคิดสำคัญของสำนักวิชาเศรษฐศาสตร์ Austrian School งานของเขาครอบคลุมตั้งแต่ทฤษฎีเงิน วัฏจักรเศรษฐกิจ วิธีศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์ ไปจนถึงปัญหาของระบบเศรษฐกิจที่วางแผนมาจากส่วนกลาง หนังสือสำคัญที่ทำให้เขามีชื่อเสียงขึ้นมาก็มีทั้ง และหนังสือเล่มใหญ่ที่เราจะใช้เป็นแกนของบทความนี้ นั่นก็คือเล่มที่มีชื่อว่า Human…